เปรียบเทียบ ต้นทุน รถที่ใช้ และไม่ใช้น้ำยา แอดบลู (AdBlue ®)

ผู้ประกอบการ บริษัทรถขนส่ง และโลจิสติกส์ ที่มีการลงทุน ซื้อรถบรรทุก ที่ผลิตออกมารุ่นใหม่ๆ และ เปลี่ยนมาใช้รถบรรทุกเครื่องยนต์ดีเซล มาตรฐาน Euro 5 หรือ Euro 6 อาจจะมีการพิจารณาถึง ต้นทุน น้ำยาแอดบลู (AdBlue ®) ซึ่งถือว่าเป็น ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น และส่งผลให้ต้นทุนรวม และค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน เพิ่มมากขึ้นด้วย

 

วันนี้ แอดมินจึงอยากชวนทุกท่าน มาลองเปรียบเทียบ ข้อดี – ข้อเสีย และวิเคราะห์ ต้นทุน น้ำยาแอดบลู ว่ามีความคุ้มค่า หรือ ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น จริงหรือไม่ โดยลองทำออกมาเป็น ตารางวิเคราะห์ และ เปรียบเทียบ เพื่อให้เห็นภาพรวมของต้นทุน และ ประสิทธิภาพระหว่างรถบรรทุก ดีเซล มาตรฐาน Euro 3 และ Euro 4 (ไม่ต้องใช้ แอดบลู) และ รถบรรทุก ดีเซล มาตรฐาน Euro 5 และ Euro 6 (ต้องเติม แอดบลู) เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจ และการบริหารจัดการฟลีทรถบรรทุกขนาดใหญ่ ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน

การวิเคราะห์ ต้นทุนรวมตลอดอายุการใช้งาน (Total Cost of Ownership – TCO)

 

แม้ว่ารถเครื่องยนต์ดีเซล Euro 5 และ Euro 6 จะมีค่าใช้จ่าย น้ำยาแอดบลู ที่เพิ่มมากขึ้น แต่เมื่อลองพิจารณาในหลายๆด้าน และ มุมมองภาพรวมในระยะยาวตลอดอายุการใช้งาน ของการเปลี่ยนมาใช้ รถดีเซลเครื่องยนต์ มาตรฐาน Euro 5 และ Euro 6 ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีใหม่นี้ อาจทำให้เกิดความคุ้มค่ามากกว่าในระยะยาว จากเหตุผลดังต่อไปนี้ :

 

  1. จุดคุ้มทุนจากต้นทุนการใช้น้ำมัน (Fuel Offset):
  • โดยปกติอัตราการใช้งาน น้ำยาแอดบลู ของรถดีเซล จะอยู่ที่ประมาณ 3-5% ของการเผาไหม้น้ำมันดีเซล ซึ่งจะทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในอัตราดังกล่าว
  • แต่ รถเครื่องยนต์ดีเซล รุ่นใหม่ๆ มาตรฐาน Euro 5 และ Euro 6 ที่มีระบบ SCR มักจะมีอัตราการเผาไหม้น้ำมัน ที่ประหยัดกว่ารถรุ่นเก่าๆ ได้ 3-5% ด้วยเช่นกัน
  • กล่าวโดยสรุป ประสิทธิภาพการเผาไหม้ของน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น สามารถชดเชยกับ ค่าใช้จ่ายในการเติมน้ำยาแอดบลู ได้เกือบทั้งหมด ทำให้ต้นทุนการขนส่ง บาทต่อกิโลเมตร แทบไม่ต่างกัน หรืออาจถูกกว่าในรถบางรุ่น

 

  1. การลดระยะเวลาในการซ่อม (Down time) และค่าซ่อมบำรุง:
  • รถดีเซล Euro 3 และ Euro 4 มักจะประสบปัญหา การสะสมของเขม่าในเครื่องยนต์ ทำให้น้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพเร็ว และเครื่องยนต์ร้อนง่าย
  • รถดีเซล Euro 5 และ Euro 6 ที่มีระบบ SCR จะช่วยทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ เครื่องยนต์สะอาด จึงช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ในระยะยาว

 

  1. ภาพลักษณ์องค์กรและความยั่งยืน (ESG):
  • สำหรับ ผู้ประกอบการ บริษัทรถขนส่ง และโลจิสติกส์ ที่มีฟลีท (Fleet) รถบรรทุกขนาดใหญ่ จำนวนมาก ที่รับจ้างขนส่งสินค้า จากบริษัท หรือ โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ การใช้รถบรรทุกดีเซล Euro 5 และ Euro 6 ที่ช่วยลดมลพิษบนท้องถนน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงถือเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี เป็นข้อได้เปรียบในการประมูลงาน เนื่องจากสอดคล้องกับนโยบาย Green Logistics และการลด Carbon Footprint

 

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เรามาลองคำนวณโดยใช้ตัวเลขสมมติฐาน สำหรับผู้ประกอบการที่มีฟลีทรถบรรทุกขนาดใหญ่ จำนวน 50 คัน ดังนี้:

  • ราคาน้ำมันดีเซลปัจจุบัน ราคา 42.90 บาท/ลิตร (อ้างอิงราคาน้ำมัน เดือนเมษายน 2569)
  • ราคา น้ำยาแอดบลู ประมาณ 30 บาท/ลิตร (ราคาขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้ และปัจจัยอื่นๆ)
  • ระยะทางวิ่งเฉลี่ย: 120,000 กม. / ปี / คัน
  • อัตราการใช้ น้ำยาแอดบลู ประมาณ 4% ของปริมาณน้ำมันดีเซลที่ใช้

จากการคำนวณ ในตารางที่ 2 จะเห็นได้ว่าแม้รถ Euro 5 และ Euro 6 จะมีค่าใช้จ่าย น้ำยาแอดบลู เพิ่มขึ้นมา ประมาณ 36,000 บาท/ปี/คัน แต่ด้วยประสิทธิภาพเครื่องยนต์ที่เผาไหม้สมบูรณ์กว่า ทำให้ประหยัดค่าน้ำมันได้ถึง 67,739 บาท/ปี/คัน เลยทีเดียว

ดังนั้น หากผู้ประกอบการ บริษัทรถขนส่ง และโลจิสติกส์ ที่มีรถบรรทุกทั้งหมด 50 คัน จะสามารถประหยัดต้นทุนค่าน้ำมัน รวมทั้งปี ได้ถึง 31,739 x 50 = 1,586,950 บาท / ปี

ปัจจัยอื่นๆ ที่ช่วยให้ประหยัดต้นทุน ได้เพิ่มมากขึ้น

 

นอกเหนือจากตัวอย่างการคำนวณในตารางข้างต้นแล้ว ผู้ประกอบการรถขนส่ง ยังสามารถลดต้นทุน และค่าใช้จ่ายแฝง อื่นๆ ลงได้อีก อาทิ เช่น

  • ค่าซ่อมบำรุง เพราะรถดีเซล Euro 5 และ Euro 6 ทำให้ประสิทธิภาพการเผาไหม้ของน้ำมันเชื้อเพลิงสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ลดคราบเขม่า และทำให้เครื่องยนต์สะอาดกว่า จึงทำให้น้ำมันเครื่องสะอาดกว่า ช่วยลดความถี่ในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องได้สูงถึง 15% – 20%
  • ช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ เพราะเครื่องยนต์ทำงานได้ดี และมีประสิทธิภาพ
  • รถดีเซล Euro 5 และ Euro 6 รุ่นใหม่ มีแนวโน้มเป็นที่ต้องการของตลาดรถมือสองมากขึ้น เนื่องจากข้อจำกัดด้านมลพิษในเขตเมืองใหญ่ จึงทำให้มูลค่าขายต่อเป็นรถมือสอง มีราคาขายที่สูงกว่ารถดีเซล Euro 3 และ Euro 4

จากผลการ วิเคราะห์ ตัวอย่าง และเปรียบเทียบถึงความคุ้มค่าแล้ว จะเห็นได้ว่า น้ำยาแอดบลู ไม่ได้ทำให้ต้นทุน และค่าใช้จ่าย โดยรวมในการประกอบธุรกิจขนส่งเพิ่มมากขึ้น แต่ในทางกลับกัน การเลือกลงทุนซื้อรถดีเซล รุ่นใหม่ ที่มีเทคโนโลยี SCR ที่ทำให้ประสิทธิภาพการเผาไหม้สมบูรณ์ และลดมลพิษ กลับช่วยให้ผู้ประกอบการ สามารถประหยัดเพิ่มมากขึ้นได้ในระยะยาว

หากผู้ประกอบการ บริษัทรถขนส่ง และโลจิสติกส์ มีความต้องการใช้ น้ำยาแอดบลู (AdBlue ®)อย่างต่อเนื่อง ในปริมาณมาก และต้องการหาทางประหยัดต้นทุน โปรดติดต่อฝ่ายขายของเรา เพื่อหาโซลูชั่นการใช้งาน ที่ตรงตามความต้องการของคุณ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ