แอมโมเนีย

แอมโมเนีย หรือ แอมโมเนียแอนไฮดรัส (Ammonia Anhydrous หมายถึง แอมโมเนียที่ปราศจากน้ำ) มีสูตรทางเคมีคือ NH3 ซึ่งเป็นสารประกอบของทางเคมี ที่ในหนึ่งโมเลกุลจะประกอบไปด้วย ไนโตรเจน หนึ่งอะตอม และไฮโดรเจน สามอะตอม มีสถานะเป็นก๊าซ, ไม่มีสี, มีกลิ่นฉุนที่เป็นลักษณะเฉพาะ, มีความบริสุทธ์สูง มากกว่า 99.5% ก๊าซแอมโมเนียมีจุดเดือดต่ำ ซึ่งในการจัดเก็บจะอยู่ในรูปของก๊าซเหลว ภายใต้แรงดัน

คุณสมบัติของแอมโมเนีย

  • CAS no. 7664-41-7
  • UN no. 1005
  • สถานะทางกายภาพ (Appearance) : ก๊าซ, ไม่มีสี
  • กลิ่น (Odour) : มีกลิ่นฉุน
  • ค่าความเป็นกรดด่าง (pH value) : 11.7
  • จุดหลอมเหลว และจุดเยือกแข็ง (Melting point & Freezing point) : -77.74 °C
  • จุดเดือด (boiling point) : -33.4 °C
  • ค่าขีดจำกัดต่ำสุดของความไวไฟ หรือการระเบิด (Lower flammability or explosive limits) : 16 % LEL
  • ค่าขีดจำกัดสูงสุดของความไวไฟ หรือการระเบิด (Upper flammability or explosive limits) : 25 %UEL
  • ความดันไอ (Vapour pressure) : 8.5737 bar ที่อุณหภูมิ 20 °C
  • ความหนาแน่น (Density) : 0.6819 g/cm3
  • อุณหภูมิที่ลุกติดไฟได้เอง (Auto-ignition temperature) : 669 °C
Ammonia Anhydrous (NH3) ton tank ขนาด 400 kg
Ammonia Anhydrous (NH3) ถังขนาด 60 kg

ประโยชน์ของแอมโมเนีย และการนำไปใช้งานในอุตสาหกรรม

แอมโมเนีย ถูกนำมาใช้เป็นวัตถุดิบ หรือส่วนประกอบในกระบวนการผลิต และใช้งานกันอย่างแพร่หลาย ในหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิเช่น

  • ใช้ในการผลิตปุ๋ย โดยก๊าซแอมโมเนียถือเป็นแหล่งวัตถุดิบหลักของไนโตรเจน ซึ่งเป็นธาตุอาหารหลักที่สำคัญ และ ช่วยในการเจริญเติบโตของพืช จึงนิยมนำมาใช้ผลิตเป็นปุ๋ยแอมโมเนีย
  • ใช้เป็นสารตั้งต้น หรือ วัตถุดิบในการผลิตสารเคมีอื่นๆ เช่น กรดไนตริก (Nitric acid), ยูเรีย (Urea), เส้นใยสังเคราะห์ เช่น ไนลอน (Nylon)
  • ใช้ในการปรับค่า pH และ ควบคุมกระบวนการหมัก (Fermentation) ในการผลิตผงชูรส
  • ใช้เป็นสารป้องกันการแข็งตัว หรือ การจับตัวเป็นก้อนของ น้ำยาข้น (latex anti-coagulant)
  • ใช้ในกระบวนการชุบแข็งชิ้นส่วนโลหะ (Nitriding, Heat treatment, Metal treatment)
  • ใช้ในการกำจัดมลพิษก่อนปล่อยสู่บรรยากาศ (DeNox)
  • ใช้เป็น สารทำความเย็น (Refrigerant R717) ในระบบทำความเย็นขนาดใหญ่ ห้องเย็น โรงน้ำแข็ง ฯลฯ เป็นต้น เนื่องจากแอมโมเนียมีจุดเดือดต่ำถึง -33.4 oC , มีค่าศักยภาพในการทำลายชั้นโอโซน (Ozone Depletion Potential หรือ ค่า ODP) เป็น 0 และค่าศักยภาพในการทำให้เกิดภาวะโลกร้อน (Global Warming Potential หรือ ค่า GWP) เป็น 0 จึงเป็นสารทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การใช้งาน แอมโมเนีย อย่างปลอดภัย

ถึงแม้ว่า แอมโมเนีย จะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ในหลากหลายอุตสาหกรรม แต่แอมโมเนียก็จัดเป็น ก๊าซที่มีความเป็นพิษ และความเป็นอันตราย โดยจำแนกความเป็นอันตรายตามระบบ GHS ได้ดังนี้
  • ก๊าซไวไฟ (Flammable gases) : Category 2
  • ก๊าซภายใต้ความดัน (Gases under pressure) : Liquefied gas
  • ความเป็นพิษเฉียบพลัน (Acute toxicity – Inhalation) : Category 3
  • การกัดกร่อน/การระคายเคืองต่อผิวหนัง (Skin corrosion/irritation) : Category 1B
  • การทำลายดวงตาอย่างรุนแรง/การระคายเคืองต่อดวงตา (Serious eye damage/eye irritation) : Category 1
  • ความเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมในน้ำ (Hazardous to the aquatic environment – acute hazard) : Category 1

เนื่องจาก ก๊าซแอมโมเนีย มีจุดเดือดต่ำถึง -33.4 °C หากอวัยวะในร่างกาย สัมผัสถูกก๊าซโดยตรง จะเกิดการแลกเปลี่ยนความร้อนอย่างรวดเร็ว และอาจทำให้เกิดภาวะเนื้อเยื่อถูกทำลายจากความเย็นจัด (Frostbite) ขั้นรุนแรงได้ ดังนั้น ในการทำงานกับก๊าซแอมโมเนีย จึงควรทำความเข้าใจ และตระหนักถึงความเป็นอันตราย ตลอดจนหาวิธีป้องกัน เพื่อความปลอดภัยในการทำงาน

ต้องการซื้อ แอมโมเนีย สำหรับใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม?

บริษัท ไทย เอ็นจิเนียริ่ง ก๊าซ จำกัด คือผู้จัดจำหน่ายก๊าซ แอมโมเนีย (NH3) ความบริสุทธิ์สูง > 99.5% สำหรับอุตสาหกรรม จึงมั่นใจได้ในคุณภาพ และประสิทธิภาพการใช้งาน บรรจุในถังที่ปลอดภัย และได้มาตรฐาน ได้แก่ cylinder ขนาด 60 kg, ton tank ขนาด 400 kg, หรือ ส่งด้วยรถ bulk ขนาด 8,000 kg เพื่อความเหมาะสมกับปริมาณการใช้งาน ภายในโรงงานของคุณ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ